บวชเณรที่เชียงแสน โหยหาโยมแม่ (ชีวประวัติครูบาบุญชุ่ม)

บวชเณรที่เชียงแสน โหยหาโยมแม่ (ชีวประวัติครูบาบุญชุ่ม)



มาย้อนถึงโยมแม่แสงหล้าผู้บังเกิดเกล้า ในตอนที่ท่านบวชเป็นสามเณรนั้น ไม่ได้ยินข่าวคราวว่าโยมแม่ไปอยู่ที่ไหนแห่งหนใดกับใครเลย 

ท่านจึงคิดอาลัยหาเป็นอย่างยิ่ง ได้เห็นคนอื่นเขาบวชแล้วมีพ่อ แม่ครบอบอุ่นใจ แต่ท่านไม่เห็นทั้งโยมพ่อและโยมแม่ทําให้อัดอั้นหัวใจ จนน้ําตาจะตก แต่ก็อดทนเอาด้วยมานะ อย่างน้อยก็ยังเห็นป้าและลุง ดูแลเอาใจใส่

ครั้นเมื่อคราวที่ท่านได้ไปเทศน์ที่เชียงใหม่ มีเบาะแสว่าโยมแม่ย้าย มาอยู่เชียงใหม่ จึงให้คนไปสืบเสาะถามหา โชคดีที่เขาไปเจอโยมแม่นั่งขายกล้วยทอดอยู่ที่ตลาดประตูเชียงใหม่ ได้ถามดูก็รู้ว่าแม่มาแต่งงานใหม่กั คนแก่อายุหกสิบกว่าอยู่หลังวัดฟ้อนสร้อย เป็นหมอยาสมุนไพรชื่อว่าพ่อน้อยใจมา ชัยเผือก 

เมื่อคนสืบข่าวบอกว่าลูกได้บวชเป็นเณรแล้ว ตอน นี้มาเทศน์อยู่ที่วัดลอยเคราะห์ โยมแม่ก็ดีใจ


ในตอนกลางคืนโยมแม่และพ่อเลี้ยงคนใหม่ก็มาหาท่าน ท่านก็ดีใจเป็นที่สุด ปลาบปลื้ม ใจที่ได้พบ ก็พากันร้องไห้ เมื่อจะลาจากไปก็ให้ ยา และขนมของเล็ก ๆ น้อย ๆ หลังจากเทศน์ที่วัดลอยเคราะห์เสร็จแล้ว ก็ไม่ได้ไปเยี่ยมโยมแม่ ที่บ้าน เพราะติดงานบุญ ต้องกลับมาอยู่คอย เวียงแก้วสร้างพระธาตุต่อ
ในพรรษานั้นโยมแม่จึงได้ตามมาอยู่ด้วยเป็นช่วง ๆ มาทําอาหารถวายพระ ดูท่าน มีความสุขก็พลอยสุขใจ 

พอออกพรรษาท่านก็ กลับไปเชียงใหม่ หลังจากสร้างพระธาตุเสร็จ ไม่นาน บังเกิดไฟป่าขึ้นและก็ลุกลามมาไหม้วัด กุฏิวิหารที่มุงด้วยหญ้าไหม้เกลี้ยงหมด 

ครูบาฯ ท่านได้ย้ายด้วยเหตุนี้ มาอยู่วัดที่เกาะทะเลสาบ เมืองเชียงแสน บ้านห้วยน้ําราก อันเป็นวัดเก่า
ชื่อวัดเกาะป่าหมากหน่อ แต่อยู่ได้ไม่นานก็มีความประสงค์ไปเมืองพงในรัฐฉาน

พอไปถึงก็เหมือนเป็นอัศจรรย์ มีคนบอกเล่าว่ามีพระธาตุอยู่บนดอยบนเขา ที่นั่น มีแต่ซากปรักหักพังเหลือไว้แต่กองอิฐ ทั้ง ๆ ที่ ความจริงแล้วซากสถานที่แห่งนี้เป็นพระธาตุ สําคัญทางโบราณคดีองค์หนึ่งแท้ๆ






ความคิดเห็น